ลิเวอร์พูล ตั้งเป้าคว้าชัย ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด ศึกแดงเดือดคืนนี้ !!!

ลิเวอร์พูลตั้งเป้าที่จะคว้าชัยชนะติดต่อกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปีระหว่างการต่อสู้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์

ทีมของ Jurgen Klopp ชนะ 4-2 ที่ Theatre of Dreams ในระยะที่แล้ว แต่พวกเขาพ่ายแพ้ 3-2 ในรอบที่สี่ของ FA Cup เมื่อต้นฤดูกาล 2020-21

หากลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้ในการปะทะครันช์ในวันอาทิตย์ มันจะนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มกราคม 2545 ที่พวกเขาได้รับชัยชนะในการเผชิญหน้าในโอลด์ แทรฟฟอร์ด สองครั้ง

เกมของหงส์แดงทั้งสองเกมในรอบนั้นจบลงด้วยสกอร์ 1-0 โดยแดนนี่ เมอร์ฟี่ทำประตูชัยให้ทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2000-01 ก่อนที่จะเล่นซ้ำในอีกหนึ่งปีต่อมา

ประวัติส่วนตัวยังอยู่ในไลน์ของกองหน้าฟอร์มแรงอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งตั้งเป้าที่จะเป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนแรกที่ทำประตูได้ใน 3 เกมเยือนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมของคล็อปป์นั่งอันดับที่สาม และมีสี่คะแนนเหนือปีศาจแดงในตารางก่อนการต่อสู้ในวันอาทิตย์

สภาพความพร้อมก่อนเกม


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมออกไปแพ้ เลสเตอร์ 2-4 เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนกลางสัปดาห์แซงดับ อตาลันต้า 3-2 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก
ความพร้อมเกมนี้ทีมต้องรอลุ้นอาการ บรูโน่ แฟร์นาน ที่เจ็บมาจากเกมยุโรป นอกจากนั้นแล้ว เฟร็ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็เจ็บเล็กน้อยมาจากเกมเดียวกัน ขณะที่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ยังไม่สมบูรณ์นัก รวมไปถึง ราฟาแอล วาราน เองก็เดี้ยงอยู่เหมือนเดิม ฟาก ปอล ป็อกบา ที่พักไว้เป็นสำรองในเกมยุโรปจะกลับมาคืนตัวจริง ด้านตัวหลักคนอื่นๆยังอยู่กันครบไล่จาก ดาบิด เด เคอา , อาร่อน วาน บิสซาก้า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้


เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล นำทีมออกไปกะซวก วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนกลางสัปดาห์พิชิต แอตเลติโก้ มาดริด 3-2 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก
สภาพทีมนั้นจะได้ 2 แข้งทีมชาติบราซิลคือ อลีสซง และ ฟาบินโญ่ กลับมา หลังนัดก่อนพลาดช่วยทีม รายของ เคอร์ติส โจนส์ กลับมาซ้อมแล้ว แต่ยังไม่น่าฟิตพอที่จะลงเล่น เช่นเดียวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็ยังเจ็บต้องพักต่อ การจัดทีมจะยังยึดทีมชุดหลักๆลงเล่นต่อไปทั้ง เฟอร์กิล ฟานไดค์ , โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

สถิติการแข่งขัน

-คู่นี้พบกันมาแล้ว 236 นัดในทุกรายการ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 89 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 78 นัด และลงเอยด้วยการเสมอ 68 เกม -พบกันในพรีเมียร์ลีก 58 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 28 นัด เก็บคลีนชีท  18 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 26 นัด เก็บคลีนชีท  15  นัด และเสมอกันไป 14 นัด

-นัดนี้ถือเป็นการพบกันในลีกครั้งที่ 177 ซึ่งผลการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมที่พบมากที่สุดคือลงเอยด้วยผลเสมอ  0-0 (ซึ่งเกิดขึ้นถึง 20 ครั้ง)

-แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะแม้แต่เกมเดียวในเกมพรีเมียร์ลีก 3 นัดหลัง ขณะที่ ลิเวอร์พูล 8 เกมลีกนับตั้งแต่ออกสตาร์ต ยังไม่แพ้ (ชนะ 5 เสมอ 3)

-การพบกันของทั้งคู่ในลีก 10 เกมหลังมีถึง 6 เกมที่ลงเอยด้วยผลเสมอ และ ลิเวอร์พูล แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงนัดเดียวเท่านั้น

-พบกัน  6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้ (ชนะ 3 เสมอ 3)

-แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะเพียงเกมเดียวใน 10 เกมลีกหลังสุดที่พบกับลิเวอร์พูล (เสมอ 6 แพ้ 3) โดยการแพ้ครั้งล่าสุดคือเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แพ้ไปด้วยสกอร์  2-4 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

-แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 8 แต้มจาก 7 เกมลีกในบ้านก่อนหน้านี้ (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 3)

-ฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เสียไปถึง 4 ประตูในเกมพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 5 ในการเล่นในบ้านเมื่อพบกับลิเวอร์พูล ทีมสุดท้ายที่ทำประตูได้ 4 ประตูหรือมากกว่าในการบุกมาเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ดในลีกสูงสุดคือ เบิร์นลีย์ ที่บุกมาชนะ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน คือในฤดูกาล 1961-1962 (ชนะ 4-1) และ 1962-1963 (ชนะ 5-2)

-ลิเวอร์พูลทำได้ 3 ประตูหรือมากกว่า กับการเล่น 8 เกมเยือนติดต่อกันในทุกรายการ โดยทำไป 28 ประตูรวม

-ลิเวอร์พูลไม่แพ้ 18 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 13 เสมอ 5) ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวที่สุดในลีกสูงสุด 4 อันดับแรกของฟุตบอลอังกฤษในปัจจุบัน โดยทีม “หงส์แดง” ยิงได้อย่างน้อย 3 ประตูใน 5 เกมเยือนหลังสุดในลีก (รวม 17 ประตู) โดยมีเพียงแมนฯ ยูไนเต็ดในฤดูกาลที่แล้วเท่านั้นที่มีสถิติดีกว่าที่ 6 นัดติดต่อกัน